แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ubuntu แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Ubuntu แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ประหยัดแบนด์วิดธ์ด้วยการดาวน์โหลด Ubuntu daily ด้วย zsync


เร็วด้วย ประหยัดด้วย โดยเฉพาะกับการดาวน์โหลดแผ่น daily-live ซึ่งไม่สามารถใช้ jigdo ได้
มันจะใช้ไฟล์ iso เก่าเป็น seed เพื่อหาส่วนที่ยังใช้ได้ แล้วดาวน์โหลดเฉพาะส่วนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งถ้าไฟล์เก่าไม่มีมันก็ดาวน์โหลดมาทั้งหมด

เช่นตัวอย่างนี้คือใช้ไฟล์ของเมื่อวานเป็น seed

zsync http://mirror1.ku.ac.th/ubuntu-allimages/daily-live/20110821/oneiric-desktop-amd64.iso.zsync

reading seed file oneiric-desktop-amd64.iso: *****************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************************
Read oneiric-desktop-amd64.iso. Target 90.5% complete.      *************************************************
downloading from http://mirror1.ku.ac.th/ubuntu-allimages/daily-live/20110821/oneiric-desktop-amd64.iso:
##################-- 91.6% 0.1 kBps         TA   
##################-- 93.4% 0.4 kBps         A    
###################- 95.5% 0.9 kBps         A   
#################### 100.0% 9.8 kBps DONE       

verifying download...checksum matches OK
used 655728640 local, fetched 69735889

แล้วพอมันออกรุ่นจริง ชื่อไฟล์มันจะเปลี่ยน ก็ให้ระบุชื่อไฟล์เก่า เช่น

$ zsync -i oneiric-desktop-amd64.iso http://mirror1.ku.ac.th/ubuntu-releases/natty/ubuntu-11.04-desktop-amd64.iso.zsync

ปล. คัดลอกและดัดแปลงจาก note เก่า ใน Facebook ของตัวเองครับ

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

Thai Font Tuning in Hardy 1

ใน Ubuntu Hardy (8.04) มีฟอนต์ไทยใหม่มาให้ใช้ 3 ตัว คือ Waree, Umpush และ Sawasdee โดยเฉพาะ Waree นั้นถูกกำหนดให้เป็นฟอนต์ปริยายแทน Loma แล้ว ดังนั้นเมื่อติดตั้งครั้งแรกจะเป็นหน้าตาฟอนต์แปลกไปไม่คุ้นตา ก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง

ในตอนแรกนี้จะปรับแต่งฟอนต์เพียงเล็กน้อย โดยยังคงใช้ Waree เหมือนเดิม ก่อนอื่นมาดูก่อนว่าปัญหาที่เราจะพบคืออะไร

1-default

ดูกันใกล้ ๆ

1-default-1 1-default-2

นี่คือปัญหาที่เราจะพบเมื่อติดตั้ง Hardy สังเกตว่าตัวอักษรขนาดเล็ก หัวจะหายบ้าง รูตรงหัวตันบ้าง รูปทรงผิดเพี้ยนค่อนข้างมาก ส่วนตัวอักษรที่ใหญ่ขึ้นกลับมีปัญหาที่แปลกไปอีกแบบคือเส้นที่บาง ๆ จะหายไป สังเกตตรงประโยคตัวอย่าง

ปัญหานี้เกิดจาก โดยปกติแล้ว Hardy จะกำหนดให้ใช้ font hinting แบบ native คือเป็น hint ที่ฝังมากับฟอนต์เลย เช่นฟอนต์ Bitstream Vera ซึ่งจะแสดงได้สวยงาม คมชัดไม่เบลอในทุกขนาดตัวอักษร ส่วนฟอนต์ที่ไม่มี hint จะยังคงแสดงเบลอ ๆ เหมือนเดิม แต่ฟอนต์ Waree นั้นมี hint อยู่ด้วย แต่อย่างที่ทราบการดีว่าการทำ hint ให้สมบูรณ์นั้นยากมาก ฟอนต์ Waree จึงแสดงออกมาดีที่สุดได้แบบที่เห็น

ทางแก้แบบง่ายคือ ลดระดับของ hint ลงเหลือแค่ระดับ slight หรือ "นิดหน่อย" โดยเลือกเมนู "ระบบ" --> "ปรับแต่งพื้นโต๊ะ" --> "รูปโฉม" แล้วเลือกแท็บ "แบบอักษร" แล้วคลิกปุ่ม "รายละเอียด..." จากนั้นตั้งค่า Hinting เป็น "นิดหน่อย" ตามภาพ

2-font-render-details

ผลคือ

3-screen2

3-screen2-1 3-screen2-2

การตั้งระดับ Hint เป็น slight จะทำให้การเรนเดอร์ฟอนต์เน้นที่รูปทรงของฟอนต์มากกว่าความคมชัด ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ารูปทรงของฟอนต์ถูกต้องสวยงาม แต่ก็มีความเบลอมากเช่นกัน และยังทำให้ฟอนต์ภาษาอังกฤษเบลอไปด้วย

สำหรับท่านที่พอใจกับการตั้งฟอนต์แบบนี้ก็หยุดได้เลยครับ แต่สำหรับผมแล้ว ผมต้องการมากกว่านั้น ผมอยากให้ตัวอักษรภาษาอังกฤษชัดเท่าที่มันจะชัดได้ ในขณะที่ภาษาไทยก็ไม่เพี้ยนถึงขั้นเส้นหาย หัวหาย

ทางออกคือ libfreetype ในปัจจุบันมี autohint ซึ่งเป็นวิธีการเรนเดอร์ฟอนต์โดยไม่ต้องพึ่ง hint ที่มาในตัวฟอนต์เอง แต่จะสร้าง hint อัตโนมัติ ซึ่งตัวหลัง ๆ นี่มันทำได้ดีมาก ๆ แต่เราจะใช้ autohint เฉพาะกับฟอนต์ที่เราต้องการ ในที่นี้คือฟอนต์ภาษาไทยเท่านั้น ฟอนต์ที่มี native hint ดี ๆ อย่าง Bitstream Vera เราจะไม่แตะ จะใช้ native hint เหมือนเดิม

ขั้นแรก สร้างแฟ้ม .fonts.conf ไว้ที่ home ของท่านเองโดยให้มีเนื้อหาดังนี้

<?xml version="1.0"?>
<!DOCTYPE fontconfig SYSTEM "fonts.dtd">
<fontconfig>
<match target="font">
<test name="family">
<string>Loma</string>
<string>Garuda</string>
<string>Norasi</string>
<string>Kinari</string>
<string>Purisa</string>
<string>TlwgMono</string>
<string>TlwgTypewriter</string>
<string>Waree</string>
<string>Umpush</string>
<string>Sawasdee</string>
</test>
<edit name="autohint" mode="assign"><bool>true</bool></edit>
</match>
</fontconfig>


จากนั้นให้ล็อกเอาท์ออกจากระบบ แล้วล็อกอินเข้ามาใหม่ แล้วตั้งค่าฟอนต์ให้เป็นตามภาพนี้

4-font-render-details-full

ผลลัพธ์สุดท้าย

5-screen3

5-screen3-1 5-screen3-2

จะเห็นว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษมีความคมชัดเป็นปกติ ส่วนตัวไทยนั้นมีหัวหาง เส้นต่าง ๆ ครบถ้วน อ่านได้ชัดเจนดี มีเพี้ยนบ้างแต่น้อยมาก ๆ

เป็นอย่างไรครับ เห็นความงามของฟอนต์ Waree หรือยัง

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551

เรื่องควรรู้ก่อนลง/อัพเกรดเป็น Hardy Heron

เมื่อวาน Ubuntu 8.04 Hardy Heron ออกอย่างเป็นทางการช่วงเย็น ๆ ในประเทศไทย ซึ่งอันที่จริง ผมก็ได้เอามาติดตั้งใช้งานจริง ตั้งแต่ออกเบต้าแล้ว และอัพเกรดมาเรื่อย ๆ

มีสิ่งที่คาดหวังไว้จำนวนหนึ่งกับ Hardy แต่ยังพบว่ายังไม่พร้อม อันเนื่องจาก Ubuntu กำหนดการออกรุ่นไว้ตามเวลาเป๊ะ ๆ ต่างจาก Debian ที่ออกเมื่อพร้อม จึงเป็นเรื่องปกติที่ Ubuntu รุ่น release อาจจะไม่ได้ทำงานได้ตามที่คาดหวังเสมอไป จึงขอเอาประสบการณ์ที่พบมาเล่าให้ฟัง
  1. Firefox รุ่นนี้ตั้งธงว่าจะใช้ Firefox 3.0 แต่ก็มีความล่าช้าที่โครงการ Mozilla เองซึ่งในที่สุดแล้วก็เสร็จไม่ทันแน่แล้ว ล่าสุด Firefox 3.0 กำหนดออกประมาณ มิ.ย. 51 ใน Hardy ตั้งใจจะใส่รุ่น 3.0pre แต่ก็ไม่ทัน ดังนั้นรุ่นที่ติดตั้งไปพร้อม Hardy คือ 3.0b5 ซึ่ง บอกตามตรงว่ายังไม่เสถียรพอ ใช้งานปกติ ยังมี crash ให้เห็นเป็นพัก ๆ วันละ 3-5 ครั้ง บางวันต้องถอยไปใช้ firefox-2 แทน แต่ก็อึดอัดกับข้อจำกัดบางอย่าง
    ทางออกทาง Hardy จะอัพเกรด Firefox ให้เรื่อย ๆ จนกระทั่งเป็น 3.0 ตัวเต็ม และอัพเกรด minor release ไปเรื่อย ๆ แต่นั่นก็ใช้เวลา อย่างเร็วก็รอรุ่น 3.0pre ซึ่งคงดีกว่านี้พอสมควร แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ให้ติดตั้ง firefox-2 ใช้งานไปก่อนได้ ซึ่งเสถียรดีมาก ๆ
  2. Network Manager 0.6.6 ผมเจอปัญหาอันหนึ่งคือ ถ้าต่อเน็ตด้วย ppp ผ่านโทรศัพท์มือถือที่มี EDGE ไม่ว่าจะหมุนเองด้วยคำสั่ง pppd หรือผ่าน network manager applet สถานะของ network จะยังแสดงเป็น offline อยู่ ซึ่งคุณสมบัติหนึ่งของ network manager คือมันใช้ dbus ในการสื่อสารกับโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ปัญหาคือ Firefox 3.0 ดันฉลาดเกิน ขอเช็คสถานะเน็ตเวิร์คกับ network manager ผ่านทาง dbus ทุกครั้งที่เปิดโปรแกรม ถ้าเน็ตเวิร์คไม่พร้อม มันจะปรับไปโหมด offline ให้อัตโนมัติ ทีนี้พอใช้ ppp ต่อเน็ต ก็ต้องคอยยกเลิก offline ทุกครั้งไป
    ปัญหานี้ Firefox ไม่รับว่าเป็นบั๊ก แต่โยนไปที่ network manager แทน ซึ่งการขยายขอบเขตการจัดการเน็ตเวิร์คไปถึง ppp นั้น จะอยู่ในแผนของรุ่น 0.7 ซึ่งก็ออกล่าช้าเช่นกัน คนพัฒนาอยู่ Red Hat ซึ่งจะออกมาให้ใช้ทัน Fedora 9 แต่กลับไม่ทันใช้ใน Hardy
    ทางออก มีวิธีเลี่ยงปัญหา โดยยกเลิกการ roaming การใช้ Lan แบบสาย แล้วตั้งให้ใช้ Lan แบบ manual ด้วย dhcp จะทำให้ network manager ไม่มีสถานะ offline อีกต่อไป (ผมใช้วิธีนี้อยู่) ส่วน network manager 0.7 จะไม่ถูกอัพเดทใน Hardy แต่คนดูแลแพกเกจรับรองว่า เมื่อรุ่น 0.7 ออก จะเตรียมไว้ให้ใช้ใน backports
  3. F-Spot ถูกใช้เป็นโปรแกรมหลักสำหรับจัดการรูปภาพในเครื่อง f-spot มีคุณสมบัติเด่น ๆ เรื่องการอัพโหลดรูปภาพไปยังบริการเก็บภาพบนอินเทอร์เน็ตหลายตัวเช่น flickr, picasaweb, gallery และอื่น ๆ อีก จำไม่ได้ละ ในด้านการใช้งานนั้น ดูจงใจให้เหมือน iPhotos ของ Mac ซึ่งก็ทำได้ดีทีเดียว แต่ปัญหาคือยังขาดคุณสมบัติอื่น ๆ ที่เคยมีใน gthumb ที่เป็นตัวหลักใน Ubuntu รุ่นก่อน ๆ เช่นการบราวซ์ดูภาพในโฟลเดอร์ที่ยังดูอืด ๆ แถมมันไม่เรียงลำดับมาให้ และเลือกให้เรียงไม่ได้ด้วย ทำให้เกือบจะไร้ประโยชน์ไปเลยทีเดียว ไม่มีการ prefetch ภาพต่อไปไว้ล่วงหน้า ทำให้ตอนดูภาพต่อไปต้องรอมันประมวลผลสักแป๊บนึงก่อน
    ทางออก ติดตั้งโปรแกรมตัวเก่งอย่าง gthumb หรือ gqview เถอะครับ สำหรับคนที่ชอบจัดภาพไว้ใน directory ด้วยตัวเองอย่างผม แล้วจะพบว่ามันสะดวกขึ้นเยอะเลย โดยส่วนตัวชอบ gqview มากกว่า เพราะเล็กและเร็วดี

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2551

Suspend/Hibernate with ATI proprietary driver on Ubuntu Gutsy/Hardy

แล็ปท็อปที่ใช้อยู่นี้ ใช้ชิปแสดงผลเป็น ATI Radeon Xpress 200M ตอนที่ใช้ Ubuntu 7.04 (Feisty) นั้น สามารถ suspend/hibernate ได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าอะไรเพิ่มเติม น่าประทับใจมาก แต่ไปเสียตรงเรื่อง driver ของ wireless ที่ผมใช้นั้นยังไม่เก่ง ตอนนั้นต้องหันไปพึ่ง wifi-radar แทน NetworkManager (บล็อกเก่า) พออัพเกรดมาเป็น 7.10 (Gutsy) ปัญหาเรื่อง wireless + NetworkManager หมดไป แต่มาตายเอาตรง suspend/hibernate กลับไม่ทำงาน คือจริง ๆ แล้วมัน suspend/hibernate ได้ แต่พอเรียกกลับมาก มันค้างไปเลย หน้าจอดำสนิท ต้องปิดแล้วเปิดใหม่เท่านั้น

ตอนแรกไม่รู้วิธีแก้ เลยต้องปิดฟังก์ชันการ supend และ hibernate ไป และต้องปิดเครื่องทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งไม่สะดวกเอามาก ๆ

เมื่อราว ๆ 15 ก.พ. 51 เลยลองหาวิธีแก้ดูซักตั้ง มั่ว ๆ ดูใน /etc/default/acpi-support แล้วสำเร็จ แต่ยังไม่ชัดเจนนักว่าเพราะคอนฟิกบรรทัดไหนแน่ หรือรวม ๆ กัน

คราวนี้มาติดตั้ง 8.04 (Hardy) ก็พบปัญหาเดิมอีก วันนี้เลยมาลองค้นหาข้อมูลในเน็ตดูอีกที พบอันนี้เข้า http://wiki.cchtml.com/index.php/Ubuntu_Gutsy_Installation_Guide#Suspend.2FHibernation_work_with_7.12 ตรง ๆ เลย ทำตามแล้วได้ทันที สรุปว่าให้แก้แฟ้ม /etc/default/acpi-support ดังนี้

SAVE_VBE_STATE=false
POST_VIDEO=false

ซึ่งเดิมมันเป็น true ทั้งคู่ แล้ว reboot เครื่อง หรือ sudo /etc/init.d/acpi-support restart ต่อไปก็ใช้ได้เลย

สำหรับผู้ที่ใช้ Gutsy ต้องติดตั้ง radeontool เพิ่มด้วยนะครับ ส่วนใน Hardy นั้นติดตั้งมาพร้อมแล้ว


วันอังคารที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2551

Ubuntu 8.04 จะเตือนเมื่อพบ virus ใน usbdrive

เป็นที่รู้กันว่าลินุกซ์ไม่กลัวไวรัสของวินโดวส์ บ่อยครั้งที่ให้คนอื่นยืม usbdrive แล้วได้ไวรัสกลับมาด้วย แต่ไม่ค่อยรู้หรอก แถมยังใช้งานได้ตามปกติ รู้อีกทีคือเมื่อให้คนอื่นยืม usbdrive ไป แล้วเค้าก็เอากลับมาให้พร้อมบอกว่า สงสัยเครื่องเรามีไวรัสนะเพราะใน usbdrive มีไวรัสอยู่ ซึ่งจริง ๆ ในเครื่องผมไม่มีหรอก เพราะใช้ Ubuntu แต่ไวรัสมาจากใครก็ไม่รู้เหมือนกัน เผลอ ๆ กลายเป็นว่าเราเป็นพาหะซะงั้น เพราะเราไม่ได้รับอันตรายจากไวรัส แต่มีไวรัสใน usbdrive แบบไม่รู้ตัว หลายคนอาจจะติดไวรัสเพราะไดรว์ของผมก็ได้

วิธีที่ผมใช้แก้ปัญหาการถูกกล่าวหาว่าเป็นพาหะคือ format usbdrive ใหม่เป็น ext3 ซะ ไม่ต้องใช้กับเครื่องที่เป็นวินโดวส์ จบ เหลือตัวเก่า 256M ไว้เป็น vfat ซึ่งก็ต้องคอยเช็คบ่อย ๆ ว่ามีไฟล์ autorun.inf โผล่มาหรือเปล่า

วันนี้เอาไดรฟ์ 256M ตัวที่ว่านี่ไปเสียบเครื่องที่เป็น Ubuntu 8.04 มันก็มีข้อความขึ้นเตือนทำนองว่าไดรฟ์เรามี autorun.inf ที่จะไปรันโปรแกรมบางตัวขึ้นมาทำงาน ซึ่งอาจจะเป็นไวรัสหรือโทรจันได้ เลยแปลกใจว่า 1) เอ่อ ไปติดมาตอนไหนอีกแล้วนี่ และ 2) เฮ่ย เดี๋ยวนี้ Nautilus มันเจ๋งแฮะ เตือนแบบนี้ได้ด้วย นั่นแปลว่า ต่อไปนี้ผู้ใช้ลินุกซ์ก็จะไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพาหะนำไวรัสคอมพิวเตอร์อีกต่อไป

trojan-detected-1.png

ข้อความที่แสดงเมื่อพบแฟ้มผิดปกติ จริง ๆ linux มันไม่รัน autorun.inf อยู่แล้วนิ (หรือรัน?) แต่ก็ดีแล้วเพราะจะได้รู้ว่ามีไวรัส

virus files

แฟ้มแปลกปลอมที่โผล่มา ตัวนี้เจอบ่อย สงสัยติดมาจากร้านที่ไปอัดรูป

trojan-detected-2.png

ตอน browse ก็ยังมีเตือนตรงส่วนบนแบบนี้ด้วย

ปล. ณ ตอนนี้ผมยังไม่ได้ดูว่าฟีเจอร์นี้ใช่ฟีเจอร์หนึ่งที่จะมาพร้อมกับ Gnome 2.22 หรือเปล่านะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551

Installing Ubuntu 8.04 20080318.1 (hardy)

ขณะที่กำลังเขียนนี้ กำลังติดตั้ง Ubuntu 8.04 20080318.1 อยู่ครับ โดยติดตั้งลงอีกพาร์ทิชัน แต่ติดตั้งตัว 32bit ไปก่อน ไว้ออกตัวจริง ค่อยอัปเกรด 7.04 64bit เป็นตัวเต็มแล้วกัน ระหว่างรอเลยมานั่ง blog ที่เครื่องคนอื่นไปพลาง

พาร์ทิชันที่ติดตั้งนั้น เดิมเป็นพาร์ทิชันวินโดวส์ XP 64bit รุ่นทดลอง ขอไลเซนส์ได้จาก Microsoft ครับ ดาวน์โหลดฟรี ใช้ได้ประมาณ 4 เดือนมั๊ง ตอนนั้นเอามาลงเพราะพึ่งได้โน๊ตบุ๊คตัวนี้มาใหม่ ๆ เป็น AMD64 เลยบ้าหาอะไรที่เป็น 64bit มาลง ทั้ง Windowx XP x64 และ Ubuntu for amd64 ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ค่อยได้บูตเข้ามาใช้เท่าไหร่ พอไม่ค่อยได้บูตเข้าวินโดวส์ทำให้ทุกครั้งที่เข้า จะน่าเบื่อมาก เพราะมันจะต้องมีอะไรมาอัปเดตเยอะแยะไปหมดสิน่า ทั้งข้อมูลไวรัส ทั้งอัปเดตจากไมโครซอฟท์เอง สุดท้ายก็ปล่อยให้ไลเซนส์หมดอายุไป ทิ้งพาร์ทิชันขนาด 30G ไว้ไม่ได้ใช้งานมาตั้งนาน

ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะเอามาลงเร็วขนาดนี้ แต่วันนี้เจอปัญหาใน Ubuntu ตัวเดิม เหมือนจะมีโปรแกรมบางตัว หรืออาจจะ kernel เอง ที่ถือครองหน่วยความจำเยอะเกินไป แบบบูตมาปุ๊บ RAM หายไป 700 กว่าเม็ก ซึ่งปกติมันจะใช้ประมาณ 300MB เมื่อบูตเสร็จ (แรม 1GB ครับ) แล้ว swap ก็จะทำงานตลอด ทำอะไรไม่ได้นอกจากบูตใหม่ อาการนี้จะเป็นบ่อย ถ้าปล่อยให้ notebook เข้าสู่ sleep mode อีกประการคือรู้สึกว่า Ubuntu 7.10 มันช้ากว่ารุ่นก่อน ๆ นี้อย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้คิดไปเอง แต่ MrChoke ก็รู้สึกแบบเดียวกัน วันนี้ MrChoke ลง Debian (Lenny) บอกว่าเร็วกว่าเห็น ๆ (ชักติดใจละสิ) ประการสุดท้ายคือ Ubuntu รุ่นนี้ใกล้เป็นเบต้าแล้ว คิดว่าน่าจะเสถียรพอ อย่างน้อยเอามาใช้งานจริง เพื่อช่วยกันหาบั๊กก่อนจะออกตัวเต็ม

ตอนนี้ติดตั้งใกล้เสร็จแล้ว ไว้ลองเล่นแล้วคงมีอะไรมาเล่าเพิ่มเติมครับ

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

เย! ใช้ Compiz ได้แล้ว

เรื่องมันมีอยู่ว่า แล็ปท็อปที่ใช้อยู่ประจำนี้ ใช้ชิปกราฟิกของ ATI รุ่น Radeon Xpress 200M ซึ่งเดิมไม่สามารถใช้ compiz ได้เพราะไดรเวอร์ ไม่ว่าจะเป็นตัวที่เป็นโอเพนซอร์ส หรือ restricted ไม่สามารถใช้ AIGLX ได้ ต่อมาเมื่อ ATI ออกไดรเวอร์ใหม่ที่สนับสนุน AIGLX แล้ว แต่ผมกลับไม่สามารถรัน compiz ได้อยู่ดี ทีแรกเข้าใจว่าไดรเวอร์อาจจะไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะกับชิปรุ่นนี้ ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นล่าง ๆ เลยทีเดียว เมื่อหาใน google พบว่ามีบางคนพบปัญหาแบบเดียวกัน error คล้าย ๆ กันโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ที่น่าแปลกคือ เป็นส่วนน้อยมาก ๆ

วันนี้มานึก ๆ ทบทวนดูอีกที Ubuntu 7.10 ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ มันถูกอัพเกรดมาจากรุ่น 6.10 ซึ่งเป็นรุ่นที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกสำหรับเครื่องนี้ จากนั้นไม่เคยติดตั้งใหม่เลย มีแต่ dist-upgrade มาตลอด เช่นจาก 6.10 มาเป็น 7.04 แล้วก็เป็น 7.10 โดยไม่เคยอัพเกรดใหญ่ผ่าน update-manager เลยสักครั้ง ซึ่งความต่างคือ การอัพเกรดด้วย aptitude dist-upgrade นั้นมีความเป็นไปได้ ที่จะติดตั้งแพกเกจสำคัญสำหรับรุ่นใหม่นั้นไม่ครบ ว่าแล้วก็ aptitude search compiz พบว่า เราติดตั้งไปเฉพาะ compiz-core ตัวเดียวเอง???

ลองติดตั้งส่วนอื่น ๆ เพิ่มสิ โดยสั่ง aptitude install compiz compiz-fusion-plugins-extra compiz-gnome compizconfig-settings-manager จากนั้นก็ลองรัน compiz --replace ดู อ้าวเฮ้ย ใช้ได้แล้ว

screenshot

แปลว่ามันคงทำได้ตั้งนานแล้วละสิ มันเพียงแต่ขาดแพกเกจบางตัวเท่านั้น ซึ่งอาจจะเกิดกับเคสของผู้ใช้บางคน (เช่นผม) เท่านั้นด้วย ซึ่งอาจเนื่องมาจากการอัพเกรดรุ่นแบบไม่สมบูรณ์เช่นกรณีนี้ สำหรับคนที่พึ่งติดตั้งใหม่ คงจะไม่เกิดครับ และถ้าใครจะอัพเกรดรุ่น แนะนำให้ใช้ update-manager ดีที่สุดครับ

วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2550

ใช้ flash plugin บน Ubuntu 64bit ด้วย nspluginwrapper

เคยกล่าวไปในครั้งที่แล้วว่า ลินุกซ์ 64bit ไม่สามารถเล่นแฟลชได้ตรงๆ เพราะไม่มี plugin flash แบบ 64bit สำหรับ firefox 64bit โดยทางออกแรกที่รู้ๆ กันคือ ติดตั้ง firefox 32bit คู่ขนานไปกับ firefox 64bit ด้วย แต่ยังมีทางออกอื่น ที่ผมก็พึ่งรู้ นั่นคือใช้ nspluginwrapper เพื่อทำให้ plugin 32bit ใช้กับ browser 64bit ได้

ดูวิธีการได้ที่นี่ http://plugindoc.mozdev.org/linux-amd64.html#nswrapper

ขอสรุปขั้นตอน ซึ่งปรับและลัดขั้นตอนมา ดังนี้

วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2550

Feisty กับปัญหาการต่อ wireless

Ubuntu 7.04 Feisty ใช้ gnome 2.18 ซึ่งรวมเอาระบบจัดการเน็ตเวิร์คของ gnome ที่ชื่อ NetworkManager มาด้วย ที่จริง NM ก็ใช้ง่ายดีนะครับ ทำให้การใช้ wireless ง่ายขึ้นเยอะ และสนับสนุนการใช้ WPA เป็นอย่างดีอีกด้วย แต่ปัญหาคือ มีการ์ด wireless หลายตัวที่ไดรเวอร์ไม่สนับสนุน WPA หรือสนับสนุนด้วยวิธีการของตัวเอง ซึ่งของผมใช้ไดรเวอร์ rt2500 จะเป็นกรณีหลัง ทำให้การใช้ NM ไม่สามารถคอนฟิกค่าเน็ตเวิร์คแบบ wireless ได้เลย ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งแบบ no security, WEP และ WPA

ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีเดิม คือคอนฟิกด้วยมือ และเมื่อเปลี่ยนไปใช้ wireless ที่อื่น ก็ต้องแก้ด้วยมืออีก ซึ่งไม่สะดวกและเสียเวลาเอามากๆ เลยค้นหาว่ามีเครื่องมืออะไรช่วยได้บ้าง หาไปหามา ก็เจอ wifi-radar ใช้ง่ายดี และที่สำคัญคือมันใช้งานได้จริง เลยลงตัว จึงได้ถอน network-manager และ network-manager-gnome ออกซะ

อย่างไรก็ตามยังหวังว่าไดรเวอร์ของ wireless ต่างๆ จะสนับสนุนสมบูรณ์แบบ เพราะยังไง NM ก็มีฟังก์ชันครอบคลุมกว่า คือมันคอนฟิกแลนแบบมีสาย โมเด็มธรรมดา โมเด็ม DSL ก็ได้ และตั้งง่ายกว่าด้วย

ลง Feisty ตัวเต็ม 64bit

ครั้งแรกที่ได้ notebook ATEC Vegus 285 มา เคยลง Ubuntu Dapper 64bit ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนั้นเฉยๆ ไม่รู้สึกว่าจะเร็วกว่าตรงไหน แถมใช้ java applet กับ flash ไม่ได้ด้วย เลยถอยกลับไปใช้ 32bit เหมือนเดิม และใช้มาจน feisty ออกนี่แหละ เลยคิดว่าจะลองใจแข็งใช้ 64bit อีกสักที เพราะตอนนี้ java ก็ใช้ 64bit ได้แล้ว เหลือแต่ flash นี่แหละ ก็กะว่าจะใช้ gnash ไปก่อน

ตอนลงก็เรียบร้อยดี notebook รุ่นนี้ใช้ ATI radeon xpress 200m ใช้ driver แบบ open source แล้วจะใช้ 3D ไม่ได้ เลยติดตั้ง restricted driver ด้วย restricted driver manager ก็ง่ายดี ไม่ต้องออกแรงเยอะเหมือนรุ่นก่อน รีบูตใหม่ก็ใช้ได้ทันที สามารถทดสอบความสามารถ 3D ได้ด้วยคำสั่ง glxgears และ fgl_glxgears

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2550

ลง Ubuntu 7.04 BETA (Feisty Fawn)

วันศุกร์ที่ 30 มี.ค. 50 ที่ผ่านมา ไปงานสัมนา จันทร์เอ๋ย Chantra ที่การบินไทย สุวรรณภูมิ ได้คุยกับมะระ ว่าอยากให้ feisty มันติดตั้งปุ๊บ ใช้ไทยได้พริ้วทันที ไม่อยากให้ติดขัดแบบ edgy ที่ผ่านมา อ่านบล็อกพี่เทพ แล้วคาดว่ารุ่นนี้น่าจะพริ้วอยากที่มะระต้องการ พอดีกับเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์โน๊ตบุ๊กใหม่ เลยมาลง feisty ทดสอบเรื่องภาษาไทยเล่นๆ ดีกว่า

ไหนๆ ก็ลงแล้ว ก็ขอบันทึกไว้หน่อย ว่าทำอะไรไปบ้าง

วันศุกร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2550

เดสก์ท็อปของฉัน

Kamthorn's Desktopอันเนื่องมาจาก Blognone Desktop Showcase 2007 เลยขอประเดิมบล็อกแรกของปี 2007 ด้วยภาพเดสก์ท็อปที่ใช้อยู่ทุกวันบน Ubuntu Edgy (6.10) ละกัน



ระบบปฏิบัติการ: Ubuntu Edgy (6.10)
ธีม: default
ฟอนต์: Dejavu + Loma (ซึ่งปรับแต่งด้วยวิธีการใน การปรับแต่งฟอนต์ไทยบน Ubuntu และ ปรับแต่งฟอนต์ไทยบน Ubuntu Part II

ดู SS คนอื่นแล้วอายๆ ชอบกล ของเราไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย แต่ก็โอเคแล้วละ ชอบสีน้ำตาลแบบนี้อยู่แล้ว (ใครจะว่าไม่สวยก็ตามเหอะ)

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

Ubuntu 6.10 - gtk-im-xim Bug

ราวๆ ต้นเดือน พ.ย. มีผู้ใช้ Ubuntu 6.10 แจ้งมาว่า เมื่อใช้ OOo บน Ubuntu ตัวนี้ เมื่อพิมพ์เครื่องหมาย double quote ที่บรรทัดใด บรรทัดนั้นจะมีปัญหาการพิมพ์สระบนล่างของภาษาไทยไม่ได้ ก็ได้ทดสอบกันดูพบว่าเป็นจริงๆ คิดว่าเป็นที่ Input Method เพราะ OOo เองก็พยายามจะจัดการเอง รวมไปถึงอินพุทภาษาไทยด้วย ในขณะที่ GTK ก็มี gtk-im ซึ่งก็มีตัวที่จัดการอินพุทภาษาไทยด้วย ก็คือ gtk-im-libthai ในระดับ X ก็มี XIM เช่นกัน ซึ่งมีส่วนที่จัดการกับข้อมูลอินพุทภาษาไทยด้วยเช่นกัน

ต่อไปนี้เป็นกรณีทดสอบต่างๆ เพื่อคลำหาสาเหตุ

วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

การปรับแต่งฟอนต์ไทยบน Ubuntu

คุณ tongdee ซึ่งเป็น Ubuntu User คนนึง ถามถึงเรื่องการปรับฟอนต์ไทยให้สวยงามบน Firefox บน Ubuntu พอดีพึ่งได้วิธีการที่ไปค้นพบเอาตอนไปทำ OLPC Localization ที่บอสตัน เลยเอามาบล็อกไว้ละกัน
ภาพการแสดงฟอนต์ไทยที่ดูแปลกๆ ไปจากปกติ

ภาพตัวอย่างที่คุณ tongdee ส่งมาให้ดู