วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2550

Absolute Zero ดูแล้วเซ็ง

อาทิตย์ก่อน ได้ดู Absolute Zero ทางช่อง Star Movie ได้ดูแค่ช่วงท้ายๆ เรื่อง ถึงกับอึ้ง ว่าทำไมมันเป็นหนังวิทยาศาสตร์ที่ห่วยสุดๆ อย่างนี้ แล้ว Star Movie เอามาฉายได้ไงนี่ ว่าแล้วก็กลับมาคิดว่า ที่เราบอกว่าห่วยนี่ เราใช้เกณฑ์อะไรวัด คิดไปคิดมาก็ได้ข้อสรุป

สำหรับผม นิยายวิทยาศาสตร์หรือภาพยนต์วิทยาศาสตร์ คือเรื่องราวที่ว่าด้วยการตั้งคำถามทำนองว่า ถ้าสมมติว่า....... แล้วจะเกิดอะไรขึ้น โดยมีการอ้างอิงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน ตรงการ "สมมติว่า" อาจจะเป็นเรื่องไม่จริงหรือบอกไม่ได้ว่าจริงหรือเท็จก็ได้ เช่น ถ้ามนุษย์ต่างดาวบุกยึดโลก จะเกิดอะไรขึ้น หรือถ้ามนุษย์กลายพันธุ์ มีพลังวิเศษแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ทำนองนี้ แล้วเนื้อเรื่อง ก็จะดำเนินไปด้วยความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์

กลับมาที่ภาพยนต์เรื่องนี้ เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยการสมมติว่า แกนแม่เหล็กโลกเกิดเอียงตั้งฉากจากแนวปกติ ซึ่งก็คือมันจะหันไปในแนวเส้นศูนย์สูตร เพื่อที่จะให้เรื่องดำเนินไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น จากนั้น เรื่องก็ดำเนินไปอย่างเละเทะ มีสิ่งที่ผิดเต็มไปหมด ในขั้นที่รับไม่ได้ ตั้งแต่ คำพูดที่ว่า "science is never wrong" จริงเหรอ มีใครเคยพูดคำนี้ไว้ด้วยหรือ อันที่จริงวิทยาศาสตร์นั้นผิดได้ครับ ถ้าผลการทดลองไม่สอดคล้องกับทฤษฎีที่ตั้งไว้ ก็แสดงว่าทฤษฎีนั้นผิด

ในหนัง การที่แกนแม่เหล็กโลกหันไปในแนวเส้นศูนย์สูตร สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความหนาวเย็นแบบขั้วโลกย้ายมาอยู่ที่ศูนย์สูตรด้วย??? ตามแนวศูนย์สูตรกลายเป็นน้ำแข็งหมด ส่วนที่อยู่เหนือหรือใต้ลงมากลับอุ่นขึ้น ขั้วโลกไม่มีน้ำแข็ง??? อันนี้ผิดเต็มๆ เพราะการที่ขั้วโลกมีอากาศหนาวจัดจนมีแต่น้ำแข็ง เกิดจากการที่บริเวณขั้วโลกได้รับแสงอาทิตย์น้อยกว่าบริเวณอื่นมากๆ เปรียบเทียบง่ายๆ คือ เวลาเที่ยงวันเราจะรู้สึกร้อนที่สุด เพราะดวงอาทิตย์อยู่เหนือเราพอดี ทำให้แสงพุ่งตรงมายังพื้นโลกแบบตั้งฉาก จะทำให้พื้นโลก ได้รับความร้อนเต็มที่ แต่ถ้าเป็นตอนเช้าหรือเย็น รังสีความร้อนจะมาในแนวเฉียง ความร้อนที่ได้รับจะลดลงตามมุมที่กระทำกับระนาบผิวโลก ขั้วโลกมีอากาศหนาวเย็น เพราะมีสภาพเหมือนตอนเช้า หรือเย็นตลอดเวลา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับขั้วแม่เหล็กโลกเลยแม้แต่น้อย

อีกอันคืออุณหภูมิลดต่ำลงถึง 0 องศาสัมบูรณ์ อันนี้ก็เกินไป เย็นกว่าอุณหภูมิของเอกภพอีก (เอกภพมีอุณหภูมิที่หลงเหลือจากการเกิด big bang ประมาณ 4 เคลวิน) หรือถ้าเกิดขึ้นจริง บรรยากาศ ก็คือก๊าซต่างๆ ต้องกลายเป็นของแข็งไปแล้ว

ดูเหมือนจะผ่านๆ ตา ว่าเคยเห็นขายใน 7-eleven ด้วย ก็เตือนไว้ก่อนว่า อย่าไปดูเลยครับ เสียดายเงิน เสียอารมณ์

6 ความคิดเห็น :

  1. อืม ผิดขนาดนั้นเลยรึ ลองคิดตามข้อสมมุติดูบ้าง โดยที่ยังไม่ได้ดูหนังเรื่องนั้นนะ..

    การที่ขั้วแม่เหล็กโลกจะหันไปในแนวเส้นศูนย์สูตรปัจจุบันได้ น่าจะหมายความว่า แกนที่โลกหมุนรอบตัวเองได้เคลื่อนมาด้วย เพราะถ้าแกนหมุนของโลกยังอยู่ที่เดิม แล้วแกนแม่เหล็กโลกหันมาตั้งฉากกัน แกนแม่เหล็กโลกก็ต้องหมุนไปตามการหมุนรอบตัวเองของโลกด้วย โมเมนตัมเชิงมุมของเหล็กหลอมเหลวใต้พื้นโลกที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กโลก จะฝืนกับโมเมนตัมเชิงมุมของโลกเอง

    ลักษณะการหมุนรอบตัวเองของโลกก็เลยน่าจะคล้ายลูกข่างที่ล้มลงมา แกนหมุนแทนที่จะเอียงทำมุม 66.5 องศากับระนาบวงโคจร ก็มาเอียง 23.5 องศาแทน โลกก็จะกลับหันเอาขั้วโลกจ่อเข้าหาดวงอาทิตย์ บริเวณศูนย์สูตรที่ห่างออกไปก็จะเย็น โดยเฉพาะขั้วโลกขั้วตรงข้ามจะไร้แสงสว่างตลอดเวลา นี่คือสภาพอย่างในหนังหรือเปล่า?

    แต่สภาพนี้จะเปลี่ยนเมื่อฤดูเปลี่ยน พอโลกย้ายจาก solstice มา equinox ศูนย์สูตรก็จะได้รับแสงเต็มที่อีกครั้ง และเมื่อย้ายไป solstice ตรงกันข้าม ขั้วโลกทั้งสองก็สลับฤดูร้อน-หนาวกันอีก ก็คงไม่เกิดเงื่อนไขอย่างในหนังอยู่ดี

    นอกเสียจากว่าจะมีเงื่อนไขทางกลศาสตร์ที่ทำให้โลกกลิ้งโดยหันขั้วโลกขั้วใดขั้วหนึ่งเข้าหาดวงอาทิตย์ตลอดเวลา
    แต่จะมีเงื่อนไขนั้นหรือ? ลองดูดาวเคราะห์ที่พฤติกรรมใกล้เคียงที่สุด คือดาวยูเรนัส ที่ แกนหมุนเอียงลงหาระนาบวงโคจรมากที่สุดในระบบสุริยะ ก็ยังไม่ปรากฏว่าจะหันขั้วใดขั้วหนึ่งเข้าหาดวงอาทิตย์ตลอดเวลา

    สรุปว่า หลังจากพยายามคิดเข้าข้างหนังแล้ว ก็เห็นด้วยเหมือนกันว่ามั่ว :P

    ตอบกลับลบ
  2. ตอนแรกก็คิดว่าจะเป็นเหมือนพี่เทพว่าเหมือนกันแหละครับ แต่ในหนังมันมีโมเดล 3D ให้เห็นว่าแกนโลกเอียงเหมือนเดิม แต่แกนแม่เหล็กโลกเอียงลงมา 90 องศา และภาพดาวเทียมที่เห็นจากในหนังคือ มันเกิดน้ำแข็งรอบโลกตามแนวศูนย์สูตร และเหนือแนวศูนย์สูตร และใต้แนวศูนย์สูตร มีอากาศอุ่นลงเรื่อยๆ



    ยังยืนยันว่ามั่วจริง :-D

    ตอบกลับลบ
  3. ประเด็นนึงที่ต้องเอามาคิดด้วยคือเรื่องลมสุริยะน่ะ ทุกวันนี้ โลกได้รับการปกป้องจากลมสุริยะโดยสนามแม่เหล็กโลก แต่ถ้าสนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนทิศทาง แน่นอนว่าลมสุริยะต้องมีผลต่อโลกเปลี่ยนไป อันนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นยังไง



    แต่ไม่ว่าจะเป็นยังไงก็ตาม การที่โลกยังมีเฟสการโคจรผ่าน solstice และ equinox อยู่ ก็น่าจะยังมีการเปลี่ยนฤดูในโลกอยู่ดี

    ตอบกลับลบ
  4. เรื่องลมสุริยะ ทำให้นึกถึงเรื่อง The Core :-D

    (เรื่องนี้ก็ถือว่าเว่อร์เกือบทั้งเรื่อง แต่ก็ดูเอาเพลินๆ ไหว)



    ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ว่าถ้าสนามแม่เหล็กเปลี่ยนไป จะเป็นอย่างไร แต่คิดว่าถ้าแค่แนวสนามแม่เหล็กเปลี่ยนไป คงมีผลไม่มาก เพราะสนามมันยังมีอยู่ แต่ถ้าสนามแม่เหล็กหายไปเลยนี่คงมีผลกระทบเยอะ

    ตอบกลับลบ
  5. แค่เปิดใจ9/10/50 20:09

    ลองดูจากความเห็นอื่นบ้างนะครับ
    http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9500000118259

    ตอบกลับลบ
  6. ไปอ่านดูแล้วครับ เป็นอีกประเด็นหนึ่งคือสนามแม่เหล็กโลกกลับขั้ว คือกลับเหนือใต้ ซึ่งเป็นไปได้ เพราะเคยเกิดมาแล้ว แต่จะเกิดเมื่อไหร่ และจะเกิดภัยพิบัติอย่างไรบ้างนั้น ก็ลองฟังๆ ไว้ไม่เสียหายอะไร

    แต่ก็ไม่เห็นด้วยที่ข่าวเชื่อมโยงไปหาภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็อย่างที่บอกไปว่าหนังเรื่องนี้มันเหลวไหลสุดๆ ไปโยงกันแบบนี้ทำให้ข่าวไม่น่าเชื่อถือซะเปล่าๆ

    ตอบกลับลบ