วันจันทร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

'switch' จาก FreeBSD ไป Debian

9 ปีเต็มๆ ที่ผมมีความเชื่อมั่นความสามารถของ FreeBSD เป็นอย่างมาก เพราะ FreeBSD เป็น OS แบบ Unix ตัวแรก ที่ผมศึกษาและใช้งานอย่างจริงจัง หลังจากผิดหวังอย่างแรงจาก Red Hat 4.x (ใส่ .x ไปก่อน เพราะจำไม่ได้ว่า .เลขอะไร จำได้แต่ว่าก่อน 5.0 นิดนึง) สมัยนั้น Linux ไม่สามารถเทียบชั้นกับ FreeBSD ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น performance, ความ stable, ความสามารถ (เช่น การรองรับขนาดไฟล์ใหญ่กว่า 2 GB) โดยเฉพาะเรื่องของ network และ security ที่ผมถือว่าเด่นมากๆๆ และได้เอาไปใช้งานจริงก็คือเอาไปเซ็ตอัพให้ร้านเน็ตหลายร้านในขอนแก่น โดยอาศัยจุดเด่นเรื่องของ usermode ppp ซึ่งทำให้การต่อเน็ตแชร์กันเป็นเรื่องง่ายๆ และขยายไปถึงการต่อแบบ multi-link ppp "แท้ๆ" ซึ่งทำได้บน usermode ppp ตัวเดิม ขณะที่ฝั่ง Linux ผมยังงงๆ กับ pppd, ipchain, eql และที่สำคัญ ตอนนั้น Linux ยังไม่มี multi-link ppp ??

พอมาทำงานที่เนคเทค ซึ่งมีการพัฒนา LinuxTLE กันอยู่ ผมก็เริ่มมอง Linux ว่าเหมาะมาก สำหรับเดสก์ท็อป เพราะมันรองรับฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ได้เยอะมาก ตอนนั้นผมก็เริ่มใช้ Windows น้อยลงๆ ช่วงนั้นผมกับ kitty มีความเห็นร่วมกันประการหนึ่งว่า FreeBSD for Server และ Linux for Desktop โดยทั้งผมและ kitty ใช้ FreeBSD กับ server ทุกตัว และใช้ Linux กับเครื่องส่วนตัวกันทั้งคู่ แม้จะมีประโยคกรอกหูใน slashdot ว่า "FreeBSD is dying" อยู่ตลอด แต่ก็ไม่เห็นมันจะตายซักที ยิ่งหลังๆ Mac OS X เอา kernel ของ FreeBSD ไปใช้ ยิ่งรู้สึกว่าไม่น่าตายง่ายๆ

มาช่วงหลัง ผมเริ่มทบทวนเรื่องนี้ใหม่ เริ่มเห็นจุดแข็งขึ้นเรื่อยๆ ของ Linux ในด้านเซิร์ฟเวอร์ และเห็นจุดด้อยของฝั่ง BSD เอาจุดด้อยของ FreeBSD ก่อน พักหลัง FreeBSD เริ่มมีการพัฒนาที่ล่าช้า จำนวน developer ลดฮวบฮาบน่าใจหาย ส่วนใหญ่คือย้ายค่ายไป Linux รุ่นใหม่ๆ ที่ออกมากลับไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ยังดีหน่อยที่ ports ยัง active กันอยู่มาก ส่วนที่มีผลต่อการตัดสินใจมากๆ คือเรื่องของ locale ภาษาไทย แม้ว่าจะมีผู้พยายามพัฒนา locale ไทยใส่เข้าไป แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ เพราะระบบเองยังไม่รองรับหลายๆ อย่าง และดูท่าทางเป็นไปได้ยาก ที่จะมี hacker ที่สนใจเรื่องจิ๊บจ้อยแบบนี้ เดิมเรื่องนี้ผมไม่สนใจนัก เพราะมีแนวคิดเดิมว่า server ไม่จำเป็นต้องมี locale แต่ตอนหลังเริ่มมีแอพหลายตัวอิง locale ของระบบมากขึ้น เช่น mysql, posgresql, php

ส่วนจุดแข็งของ Linux ก็เอาง่ายๆ คือ จุดอ่อนเดิมนั้นหายไปหมดสิ้น แถมหลายๆ เรื่องเริ่มแซงหน้า FreeBSD ไปแล้ว สิ่งสำคัญคือ การรู้จัก OS ตัวเดียวให้แจ่มไปเลยนั้นง่ายกว่านัก ยิ่งจับคู่ใหม่ เอา Ubuntu เป็นเดสก์ท็อป เอา Debian เป็นเซิร์ฟเวอร์ละยิ่งง่ายเข้าไปอีก เลยตั้งเป้าไว้ข้อหนึ่งว่า เมื่อได้ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ตัวใหม่ จะไม่ใช้ FreeBSD ละ จะใช้ Debian แทน และวันนี้ก็มาถึง OpenTLE.org ก็ 'switch' มาเป็น Debian เรียบร้อย เหลือเครื่องที่ทำหน้าที่ ftp อีกตัวหนึ่ง ซึ่งก็คงไม่นานก็คงตามตัวหลักไป อีกทางหนึ่ง ก็พึ่งเจอบล็อกของ kitty บอกว่า เค้าพึ่ง 'switch' เซิร์ฟเวอร์เครื่องหนึ่งของเขาเป็น Debian เหมือนกัน โดยไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน

ฤๅ นี่คือสัญญาณว่า ประโยค "FreeBSD is dying" จะเป็นความจริง?

2 ความคิดเห็น :

  1. มะขาม9/6/50 07:04

    ความจริงแล้ว มัน ตายไปนานแล้ว แต่ว่าเขาจบมาลงบน PC มันเลยกลับมามีชีวิตอีกหนเป็น FreeBSD ในที่สุด

    ส่วนที่ว่า มันจะตายอีกหรือไม่นั้น เป็นวงจรครับ มีเกิด ก็ต้องมีดับ และเกิดและดับ ไปเรื่อยๆ

    ผมจับแต่ FreeBSD เลยไม่ทราบจะดูอะไรได้ และที่จับ ก็แค่เอาไว้เขียนโปรแกรมเท่าน้นเอง ซึ่งทีแรกคนเขาก็แนะให้ใช้ Linux อยู่เหมือนกน บอกว่าคนใช้เยอะ.... เท่านี้แหละ ที่ไม่เลือก และหนมาใช้ FreeBSD แต่น้นมา

    ตอบกลับลบ
  2. [...] ใช้ drupal กับ community ขนาดใหญ่พอสมควร ส่วน OS เปลี่ยนจากเดิมใช้ FreeBSD 6.2 มาเป็น debian 4.0 (etch) ได้สัก 9 เดือนเศษละ มีข้อสังเกตว่า [...]

    ตอบกลับลบ